เราจะปรับตัวอย่างไร เมื่อ Android ก็ทำการปรับเรื่อง Privacy เหมือนเช่น Apple

Facebook เป็นบริษัท โซเชี่ยลมีเดียแพลตฟอร์มที่มีจุดเด่นเรื่อง จำนวนผู้ใช้งานและData tracking ทำให้มีผลดีเรื่องการนำส่งโฆษณาที่แม่นยำ เพราะการเรียนรู้จากพฤติกรรมการใช้งานของ User ทำให้เฟชบุ๊คมีข้อมูลให้ AI เรียนรู้อย่างมหาศาล เมื่อประมาณ หนึ่งปีเศษๆ ที่ผ่านมา Apple ได้ทำการอัพเดตเรื่องกฎ ระเบียบในส่วนของความเป็นส่วนตัว ทำให้เกิดปัญหาการแทร็คข้อมูลของ เฟชบุ๊ค ทำให้การนำส่งโฆษณาลดประสิทธิภาพด้อยลงไป

สำหรับตัวเฟชบุ๊คเองก็ได้พยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อทำการ แก้ไขปัญหานี้ หากเราได้ศึกษาดูจะทราบว่า รูปแบบเดิมในการแทร็คข้อมูลของ Facebook จะเป็นการแทร็คกิ้งข้อมูลผ่านตัวกลาง คุ๊กกี้ หรือ Javascript Base Cookie หรือใช้การแทร็คผ่านค่าข้อมูลจาก Facebook Pixel ซึ่งเป็นรูปแบบ Browser Tracking เมื่อมีการปิดกั้น เฟชบุ๊คจึงพัฒณาการแทร็คข้อมูลด้วยการใช้ API สำหรับให้แต่ละเว็ปไซด์ส่งข้อมูลโดยตรง หากดูรูปภาพด้านล่างประกอบจะเห็นได้ว่า เฟชบุ๊คอาจจะไม่ได้รับ ข้อมูลหรือดาต้าจากทาง Web Browser จึงได้พัฒนา เครื่องมือใหม่ออกมาเพื่อแทร็คกิ้งในระดับ Infrastructer

จากรูปภาพจะเห็นได้ว่า เฟชบุีคอาจจะไม่ได้รับข้อมูล Pixel Event หรือ ดาต้าอาจจะถูกบล็อค

เครื่องมือที่พัฒนาและออกแบบมาใหม่ เปิดให้เราสามารถใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย. 2021 เป็นการปล่อยออกมาครั้งแรก โดยเฟชบุ๊คเองเคลมว่าประสิทธิภาพดีและช่วยให้ระบบสามารถแทร็คข้อมูลได้ดีขึ้น ซึ่งในการใช้งานนั้น ก็จะคล้ายกับการใช้งานของ API Conversion แต่ว่า ระยะเวลาการประมวลผลเพื่อให้ ระบบ AI นำไป Optimize Ads นั้น ใช้ระยะเวลาที่สั้นกว่า โดยเฟชบุ๊คเคลมว่า ไม่เกิน 2-3 ชม. ในการประมวลผล ซึ่งแตกต่างจาก การแทร็ค API conversion รูปแบบอื่นๆที่ใช้ระยะเวลา นานกว่าอย่างมาก ตั้งแต่ 7-8 ชม. ไปจนถึง 7-8 วันเลยทีเดียว  

สำหรับการตั้งค่าและการติดตั้ง API Gateway นั้นเราจำเป็นต้องทำการติดตั้งชุดคำสั่งผ่าน AWS ( Amezon Web service ) เป็น Cloud Stack ของ Amezon ซึ่งส่วนนี้มีค่าบริการมาเกี่ยวข้อง และเราก็ต้องทำการติดตั้ง ชุดคำสั่งเอง ซึ่งไว้โอกาสถัดไป เราจะมาเขียนขั้นตอนและคำแนะนำการติดตั้งชุดคำสั่งเพื่อใช้งาน API Conversion กัน

สถาปัตยกรรม Facebook API gateway 

จากที่ทำการทดสอบเบื้องต้น ประสิทธิภาพ การแทร็คนั้นเกิดขึ้นแบบ Realtime มากขึ้น เพราะการแทร็คข้อมูล เฟชบุ๊คจะทำการแทร็ค ด้วย การพ้อย DNS ในส่วนของ Cname ที่มีวง Infrastructor เดียวกับ โดเมนที่เราใช้งานสำหรับแลนดิ้งหรือสำหรับเว็ปไซด์ของเรา ทำให้การแทร็คอีเว้นได้รวดเร็วมากขึ้น  

แต่แน่นอนว่า มันอาจจะช่วยให้การรับข้อมู,อีเว้นแม่นยำมากขึ้น แต่เฟชบุ๊คยังต้องประสบกับปัญหาการแทร็คข้อมูล เหมือนเดิม ดังนั้น เมื่อ ทั้ง Apple และ Android ยังทำการอัพเดตเรื่องกฎของความเป็นส่วนตัวนี้อยู่ ผลกระทบก็จะเกิดปัญหากับทุกๆ แพลตฟอร์มที่ใช้ในการโฆษณา เพียงแต่ เฟชบุ๊ค เป็นแพลตฟอร์มที่จะเห็นภาพมากที่สุด นั่งเอง  

ศึกษาต่อได้ที่ https://developers.facebook.com/docs/marketing-api/conversions-api/guides/gateway

สงวนลิขสิทธิ์เนื้อหาทุกส่วน ตามกฎหมายลิขสิทธิ์ โดย #สิริการบัญชี